OFFICE IN GERMANY
OFFICE IN THAILAND

Opening hours / Monday – Friday / 09:00 – 18:00 / 24h Admin (Germany)

Call us now : +49 6122 9291199  ,  +66 2116 0309

Portfolio

การคุ้มครองและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy & Protection)

ก. การตรวจประเมิน (Audits)

การตรวจประเมินด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างและรักษาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย (PDPA) อย่างยั่งยืน และในกรณีที่เกี่ยวข้อง ยังรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) ด้วย สำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมนี การตรวจประเมินไม่เพียงทำหน้าที่เป็นกลไกด้านการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญด้านธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอีกด้วย แนวปฏิบัติในการตรวจประเมินด้านการคุ้มครองข้อมูลของเราถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ และผู้มีส่วนได้เสีย เข้าใจระดับความพร้อมและความสมบูรณ์ของระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร รวมถึงระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างชัดเจนและสามารถอ้างอิงได้อย่างเหมาะสม

เราดำเนินการตรวจประเมินด้านการคุ้มครองข้อมูลทั้งในสถานที่ปฏิบัติงาน (onsite) และทางไกล (offsite) โดยพิจารณาตามโครงสร้างการดำเนินงาน ลักษณะอุตสาหกรรม และระดับความเสี่ยงของลูกค้า การตรวจประเมินของเราดำเนินการตามวงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act) อย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการตรวจเพื่อให้ผ่านการปฏิบัติตามกฎหมายในครั้งเดียว เราประเมินกระบวนการทางธุรกิจของลูกค้าในมิติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในด้านโครงสร้างการกำกับดูแล บทบาทและความรับผิดชอบภายในองค์กร มาตรการด้านเทคนิคและมาตรการเชิงองค์กร รวมถึงกระบวนการรายงานและการยกระดับเรื่อง (escalation procedures)

หัวใจสำคัญของการตรวจประเมินอยู่ที่การทบทวนและยืนยันความถูกต้องของบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Records of Processing Activities – RoPA) การจัดทำแผนผังการไหลของข้อมูล (data flow mapping) ประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notices) กลไกการให้ความยินยอม (consent mechanisms) สัญญาการประมวลผลข้อมูล (data processing agreements) และกรอบการโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามพรมแดน (cross-border data transfer frameworks) รวมถึงในกรณีที่จำเป็น เราจะทำการเปรียบเทียบกระบวนการที่ใช้อยู่กับแนวปฏิบัติและความคาดหวังของหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายทั้งในประเทศไทยและสหภาพยุโรป

นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว การตรวจประเมินด้านการคุ้มครองข้อมูลของเรายังเชื่อมโยงกับข้อกำหนดด้านการรายงานทางการเงินและธรรมาภิบาลขององค์กรอีกด้วย เราสนับสนุนกระบวนการปิดงบสิ้นปี โดยช่วยระบุความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือกันสำรองไว้ในงบการเงิน ผลการตรวจประเมินสามารถจัดทำในรูปแบบที่เอื้อต่อการรายงานต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และผู้สอบบัญชี รวมถึงการประเมินความเสี่ยงต่อค่าปรับทางปกครอง โทษปรับ และหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตาม PDPA หรือ GDPR

ในกรณีที่เกี่ยวข้อง เรายังให้ความช่วยเหลือฝ่ายบริหารในการบูรณาการผลการตรวจประเมินด้านการคุ้มครองข้อมูลเข้ากับการประเมินความเสี่ยงของงบการเงิน ระบบการควบคุมภายใน และรายงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันระหว่างมุมมองด้านกฎหมาย การดำเนินงาน และการเงิน

ข. คำปรึกษาด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Advice – GDPR และ PDPA)

การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้อาศัยเพียงนโยบายเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีกรอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีความถูกต้องตามกฎหมาย และถูกนำไปฝังอยู่ในกระบวนการดำเนินงานขององค์กรอย่างแท้จริง โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดของทั้ง GDPR และ PDPA เราให้คำปรึกษาแก่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ในการออกแบบ จัดตั้ง นำไปใช้ และดูแลรักษาระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถรองรับการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายจากหน่วยงานกำกับดูแลได้ คำปรึกษาของเราจะปรับให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ อุตสาหกรรม ลักษณะกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล และความเสี่ยงจากการดำเนินงานข้ามพรมแดนของลูกค้าแต่ละราย

หัวใจสำคัญของงานให้คำปรึกษาของเราคือเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล การขอแก้ไขข้อมูล การขอลบข้อมูล การขอจำกัดการประมวลผล การคัดค้านการประมวลผล และสิทธิในการโอนย้ายข้อมูล เราช่วยลูกค้าออกแบบขั้นตอนภายในองค์กรสำหรับการรับและจัดการคำร้องของเจ้าของข้อมูลให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งจัดให้มีระบบการจัดทำเอกสารและกลไกการยกระดับเรื่อง (escalation) ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ เรายังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับหน้าที่ในการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (data breach notification) ครอบคลุมถึงการวางแผนรับมือเหตุการณ์ (incident response planning) การประเมินเหตุละเมิด เกณฑ์ในการพิจารณาว่าต้องแจ้งหรือไม่ และระยะเวลาในการรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าของข้อมูล ตามที่กำหนดไว้ทั้งใน GDPR และ PDPA โดยแนวทางของเรายึดตามแนวปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย และมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงด้านกำกับดูแล พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือขององค์กร

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามพรมแดนระหว่างสำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมนีกับบริษัทย่อยในประเทศไทย ถือเป็นความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการโอนข้อมูลระหว่างประเทศตามมาตรา 44 ของ GDPR โดยเน้นย้ำว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศที่ได้รับการรับรองความเพียงพอด้านการคุ้มครองข้อมูลตามมาตรา 45 ของ GDPR บริการของเราครอบคลุมถึงการจัดทำและดูแลการใช้ข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses – SCCs) ระหว่างบริษัทในกลุ่ม การสนับสนุนการจัดทำกฎผูกพันภายในองค์กร (Binding Corporate Rules – BCRs) สำหรับกลุ่มบริษัทข้ามชาติ และการใช้ข้อยกเว้นตามมาตรา 49 ของ GDPR อย่างเป็นระบบในกรณีที่เหมาะสม

นอกจากนี้ เรายังให้คำปรึกษาแก่สำนักงานใหญ่ในประเทศเยอรมนีเกี่ยวกับการแต่งตั้งและการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer – DPO) ทั้งในระดับกลุ่มบริษัทและระดับท้องถิ่น ครอบคลุมถึงสายการรายงาน ความเป็นอิสระตามกฎหมาย และความรับผิดชอบของบริษัทย่อยในแต่ละประเทศ คำปรึกษาของเรายังรวมถึงการประเมินโทษปรับทางปกครองและค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น เพื่อช่วยให้บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีสามารถประเมินและวัดระดับความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม รองรับการตรวจสอบภายใน และแสดงให้เห็นถึงระบบธรรมาภิบาลด้านการปฏิบัติตามกฎหมายในระดับกลุ่มบริษัทที่มีประสิทธิภาพ

ภายใต้ประมวลบรรษัทภิบาลของประเทศเยอรมนี (German Corporate Governance Code – DCGK) คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่จัดให้มีระบบการปฏิบัติตามกฎหมายและระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล ขณะที่คณะกรรมการกำกับดูแลมีหน้าที่ตรวจสอบความเพียงพอและประสิทธิภาพของระบบดังกล่าว ดังนั้น ความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลตาม GDPR และ PDPA จึงถือเป็นความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่ต้องรายงาน และอาจมีนัยสำคัญต่อทั้งสองคณะกรรมการ

หากองค์กรไม่สามารถระบุ ประเมิน และลดความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความรับผิดส่วนบุคคลของกรรมการและผู้บริหารภายใต้กรอบการประกันความรับผิดของกรรมการและผู้บริหาร (D&O insurance) โดยเฉพาะในกรณีที่มีข้อบกพร่องที่ทราบอยู่แล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข การจัดทำการประเมินความเสี่ยงด้านโทษปรับอย่างเป็นระบบและอิงความเสี่ยง จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร การยอมรับความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล และการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามหน้าที่กำกับดูแลตาม DCGK อย่างเหมาะสม

ระดับความเสี่ยงด้านบทลงโทษจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


ระดับความเสี่ยงด้านบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Potential Data Protection Penalty Exposure)
ประเภทความเสี่ยง ตัวอย่างความบกพร่องในการปฏิบัติตามกฎหมายที่พบบ่อย ผลกระทบหรือมาตรการจากหน่วยงานกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้น ระดับความเสี่ยงด้านโทษปรับ
ความเสี่ยงต่ำ (Low Risk) ช่องว่างด้านเอกสารเล็กน้อย เช่น เอกสาร RoPA ไม่ครบถ้วน
หรือประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notice) ไม่เป็นปัจจุบัน
คำสั่งให้แก้ไข ปรับปรุง กำหนดระยะเวลาในการแก้ไข
และหนังสือเตือน
ค่าปรับทางปกครองในระดับต่ำ
ความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk) การดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องของเจ้าของข้อมูลล่าช้า
มาตรการด้านเทคนิคและองค์กร (TOM) ไม่เพียงพอ
และบทบาทหน้าที่ของ DPO ไม่ชัดเจน
ค่าปรับทางปกครอง คำสั่งให้ปรับปรุงกระบวนการ
และการติดตามตรวจสอบเพิ่มเติม
ค่าปรับในระดับปานกลาง และถูกตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น
ความเสี่ยงสูง (High Risk) ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูล
การโอนข้อมูลข้ามประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
(ตามมาตรา 44 ของ GDPR)
และการใช้ SCCs ที่ไม่ถูกต้อง
ค่าปรับทางปกครองในระดับสูง
คำสั่งห้ามประมวลผลข้อมูล
และความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร
ค่าปรับในระดับสูง และส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงวิกฤติ (Critical Risk) การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเป็นระบบ
เพิกเฉยต่อคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล
และมีการฝ่าฝืนซ้ำหลายครั้ง
ค่าปรับสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
คำสั่งระงับการประมวลผลข้อมูล
และการถูกฟ้องร้องทางแพ่ง
บทลงโทษรุนแรง และความเสี่ยงต่อความรับผิดของกรรมการและผู้บริหาร (D&O exposure)